MENU ☰

activity
คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เผยแพร่กฎระเบียบฉบับปรับปรุงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการนำเข้าสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เพื่อการบริโภคของมนุษย์เข้าสู่สหภาพยุโรป โดยบราซิลยังไม่ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อประเทศที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการใช้สารต้านจุลชีพในการผลิตสัตว์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเห็นว่า บราซิลยังให้ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าบราซิลจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 กันยายน 2569 ได้
กฎระเบียบใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) มุ่งเน้นการห้ามใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดที่มีความสำคัญต่อการรักษาโรคในมนุษย์ และจำกัดการใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อเร่งการเจริญเติบโตหรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสัตว์ที่ใช้เป็นอาหาร
มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกสินค้าสำคัญของบราซิล ได้แก่ เนื้อโค ม้า สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง น้ำผึ้ง และไส้สัตว์ (animal casings) ซึ่งการปรับปรุงบัญชีรายชื่อครั้งนี้จะยังไม่ถือเป็นการระงับการนำเข้าในทันที เนื่องจากกฎระเบียบจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 3 กันยายน 2569 และทั้งสองฝ่ายยังสามารถดำเนินการเจรจาและยื่นข้อมูลเพิ่มเติมได้ก่อนถึงกำหนด
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยุโรปได้เพิ่มอินเดีย อินโดนีเซีย เคนยา ไนจีเรีย เซอร์เบีย ตูนิเซีย แทนซาเนีย และยูกันดา เข้าเป็นประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกสินค้าบางประเภทมายังสหภาพยุโรป หลังจากประเมินว่าเอกสารที่ยื่นมีความครบถ้วนเพียงพอตามข้อกำหนด
เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ รัฐบาลบราซิลได้เร่งหารือกับคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อหาทางออก โดยประเด็นหลักของการหารือ คือ การส่งออกเนื้อโค รวมถึงผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยง และน้ำผึ้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเนื้อวัว ล่าสุดกระทรวงเกษตรของบราซิลได้ริเริ่มโครงการรับรองคุณภาพโคที่ปลอดยาต้านจุลชีพ ซึ่งครอบคลุมการติดตามสัตว์ตั้งแต่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงโรงฆ่าสัตว์ รวมถึงความพยายามในการเสนอขอช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านในการบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว โดยในระยะแรกให้แสดงหลักฐานเฉพาะว่าไม่มีการใช้ยาต้องห้ามในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนการฆ่าสัตว์ ก่อนจะทยอยพัฒนาไปสู่ระบบการสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายสหภาพยุโรป