MENU ☰

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการส่งออกเนื้อและชิ้นส่วนสัตว์ปีกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ล่าสุดฝ่ายไทยและจีนได้เห็นชอบร่างพิธีสารการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ร่วมกันแล้ว และอยู่ระหว่างกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงนามอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้ตรวจพบข้อบกพร่องในบางโรงงานของไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ส่งผลให้มีการชะลอการนำเข้าสินค้าจากโรงงานไทยจำนวน 17 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของฝ่ายจีน นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า ภายหลังได้รับข้อสังเกตดังกล่าว กรมปศุสัตว์ได้แจ้งให้โรงงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งหารือและประสานงานกับฝ่ายจีนอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดร่วมกัน โดยมีสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง ร่วมประสานงานกับฝ่ายจีนอย่างใกล้ชิด นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า ไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกรายสำคัญของโลก โดยสามารถส่งออกไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 160,000 ล้านบาทต่อปี และยังได้รับความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการผลิตจากประเทศคู่ค้าหลัก ทั้งญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป สำหรับตลาดจีน ปัจจุบันไทยยังมีโรงงานที่สามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ไปยังจีนได้ 5 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ของการส่งออกขาไก่และเครื่องในไก่ไปยังจีน โดยจีนยังคงนำเข้าสินค้ากลุ่มดังกล่าวจากไทยเป็นหลักในลักษณะผลิตภัณฑ์พลอยได้ (by-product) ขณะที่เนื้อไก่และปีกไก่ส่วนใหญ่ยังส่งออกไปยังญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ตลาดจีนมีมูลค่าประมาณ 10,000-12,000 ล้านบาทต่อปี นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า ยืนยันว่า กรมปศุสัตว์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเคร่งครัด และทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ นอกจากนี้ ฝ่ายจีนยังได้ขอให้ฝ่ายไทยส่งข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ GACC แจ้งล่าสุด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคืนคุณสมบัติการส่งออกของโรงงานไทยในลำดับต่อไป “กรมปศุสัตว์ยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหาในทุกระยะอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานสถานการณ์ แนวทางแก้ไข และความคืบหน้าการดำเนินงานให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับทราบอย่างต่อเนื่อง” นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าว