GFPTปีนี้โตกระฉูด!
ส่งออกไก่ไปอียูเพิ่ม :รายได้พุ่ง 1.5 หมื่นล้าน เป้าหมาย 12.13 บาท
ข่าวหน้าหนึ่ง วันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2555
GFPT ตีปีกรับผลดีอียูมีแนวโน้มนำเข้าเนื้อไก่สดแช่แข็งจากไทยอีกครั้ง ด้าน “จุฑามาส” ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10% แตะ 1.5 หมื่นล้านบาท คาดส่งออกไก่ไปอียูเพิ่ม จากปัจจุบันมีการส่งออกไก่ปรุงสุก 10% หรือกว่า 1,000 ล้านบาท โบรกฯเชียร์ “ซื้อ” GFPT เป้าหมาย 12.13 บาท ฟาก CPF รับผลดีด้วย แนะซื้อเป้าหมาย 42 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไก่ น่าจะได้รับผลดีจากกรณีที่นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สหภาพยุโรป (อียู) มีแนวโน้มจะนำเข้าเนื้อไก่สดแช่แข็งจากไทยอีกครั้ง หลังหน่วยตรวจประเมินคุณภาพอาหารจากอียู เดินทางมาตรวจประเมินแล้วพอใจในระบบควบคุมการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก และการปรับปรุงมาตรฐานห้องปฏิบัติการของไทย
ทั้งนี้ เดิมอียูเป็นตลาดส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งที่สำคัญของไทย แต่ภายหลังการระบาดของไข้หวัดนก ทำให้ปัจจุบัน ไทยส่งออกได้เฉพาะเนื้อไก่แปรรูปเท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ปี 2550 ไทยส่งไก่แปรรูปไปอียูเต็มโควตาที่ได้รับที่ 160,033 ตัน มาตลอด ขณะที่ไทยยังมีโควตาส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งไปอียูอีก 92,610 ตัน แต่ไม่สามารถใช้โควตาได้ ซึ่งหากไทยส่งออกได้อีกครั้ง จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้อีกปีละกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
นางสาวจุฑามาส อิงโพธิ์ชัย รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีต่ออุตสาหกรรมส่งออกไก่ของไทย ซึ่งสำหรับบริษัท ณ ปัจจุบันมีการส่งออกไก่ปรุงสุก โดยมียอดขายในการส่งออกไก่ปรุงสุกไปอียู ประมาณ 10% หรือกว่า 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ หากมีการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งได้ก็น่าจะทำให้ยอดส่งออกไก่เพิ่มขึ้นได้
ด้านแผนการดำเนินงานในปี 2555 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 10% หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท จากปีก่อน (ปี 2554) ที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยจะมาจากการเติบโตของธุรกิจเลี้ยงไก่มีชีวิต ซึ่งหลังจากเปิดโรงงานร่วมทุนกับบริษัท นิชิเรฟูดส์ อิงค์ (ประเทศญี่ปุ่น) โรงงานร่วมทุนดังกล่าวจะใช้วัตถุดิบหลักจาก GFPT ทั้งหมด 100% จึงส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์ ที่คาดว่าจะมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวยังไม่ได้รวมกรณีที่จะมีการส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งไปตลาดอียู
ดังนั้น ทำให้ GFPT ต้องมีการเพิ่มกำลังการเลี้ยงไก่เป็นจากระดับ 150,000-200,000 ตัวต่อวันเป็น 250,000 ตัวต่อวัน ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์ก็จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 10% พร้อมกับลงทุนขยายฟาร์มเลี้ยงพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่ เพื่อรองรับความต้องการในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า และขยายสายการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อรองรับการผลิตในอนาคต ด้วยงบลงทุนรวมทั้งหมดประมาณ 600-800 ล้านบาท
“ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/55 ยังต้องรอดูภาวะเศรษฐกิจยุโรป และญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าน่าจะดีกว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/54 ส่วนเทศกาลตรุษจีน มองว่าจะส่งผลให้การบริโภคและความต้องการ (ดีมานด์) ไก่เพิ่มขึ้นในระยะสั้นๆ ประมาณ 3 วัน ซึ่งก็จะทำให้ราคาไก่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย”
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสที่ 4/54 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/53 น่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการจัดส่งไก่เป็นให้กับบริษัทร่วมทุนได้เพิ่มขึ้นตามแผน ดังนั้นภาพรวมทั้งปี 2554 บริษัทน่าจะมีรายได้เติบโตประมาณ 10-15% หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท ได้ตามเป้าหมาย
บริษัทหลักทรัพย์ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า GFPT จะได้ประโยชน์มาก จากการที่อียูมีแนวโน้มจะนำเข้าเนื้อไก่สดแช่แข็งจากไทยอีกครั้ง โดยในปี 2554 GFPT มีรายได้จากการส่งออกไก่ไปอียู โดยตรง 10% ของรายได้รวม หรือ 1,400 ล้านบาท หากส่งออกไก่สดแช่แข็งไปอียูได้ ก็จะช่วยเพิ่มยอดส่งออกและรายได้รวมของบริษัทไปอีก ทั้งนี้ ในปี 2554 GFPT มีรายได้จากการส่งออกโดยตรง 20% ของรายได้รวม โดยส่งออกไปอียู สัดส่วน 50% และญี่ปุ่น 50% จึงแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาพื้นฐานที่ 12.13 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า CPF ในปี 2555 มีปัจจัยบวกหนุนแนวโน้มผลการดำเนินงานของ CPF คือ การเข้าซื้อกิจการ C.P.Phokpand ที่ฮ่องกง และแนวโน้มการบริโภคกุ้งในประเทศและส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 10-20% จากปีก่อน โดยเฉพาะตลาดใหม่อย่างจีน
ส่วนการกลับมานำเข้าไก่สดจากไทยอีกครั้งของสหภาพยุโรป คาดว่าจะเป็นบวกมากในปี 2556 พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปี 2555 ของ CPF เท่ากับ 42 บาท อิงอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (PER) 15 เท่า จึงแนะนำ “ซื้อ” และเลือกเป็น Top pick ของกลุ่มอาหาร เนื่องจากเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตร-อาหารครบวงจรและมีฐานธุรกิจขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยคาดว่าแนวโน้มกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2554-2555 จะเติบโตสูงถึง 18%จากปีก่อน และ 17% จากปีก่อน ตามลำดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (12 ม.ค.) ราคาหุ้น CPF ระหว่างวันได้ปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 36 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.71% มูลค่าการซื้อขาย 1,661.74 ล้านบาท ส่วนราคาหุ้น GFPT ระหว่างวันได้ปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 11.20 บาท ก่อนปิดตลาดที่ 11 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.85% มูลค่าการซื้อขาย 261.79 ล้านบาท |